วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

LES VOCABULAIRES

LES VOCABULAIRES 

intelligent (แอง-เตล-ลิ-ฌอง) [adj] = ฉลาดเฉลียว (intelligent)
amusant (อะ-มู-ซอง) [adj] = สนุกสนาน, เฮฮา (funny)
lac (ลัค) [n] = ทะเลสาบ (lake)
jour (ฌูร์) [n] = วัน (day)
nuit (นุย) [n] = คืน (night)
france (ฟรองซ์) [n] = ประเทศฝรั่งเศส (france)
espagne (เอ-สปาน-นยะ) [n] = ประเทศสเปน (spain)
angleterre (ออง-เกอ-แตร์) [n] = ประเทศอังกฤษ (england)
canada (กา-นา-ดา) [n] = ประเทศแคนาดา (canada)
suisse (ซุย-อิส) [n] = ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (switzerland)
italie (อิ-ตา-ลี) [n] = ประเทศอิตาลี (italy)
belgique (เบล-ฌิค) [n] = ประเทศเบลเยี่ยม (belgium)
japon (ฌา-ปง) [n] = ประเทศญี่ปุ่น (japan)
allemagne (แอล-มัง-นยะ) [n] = ประเทศเยอรมัน (germany)
thaïlande (ไต-ลอง-เดะ) [n] = ประเทศไทย (thailand)
nord (นอค์) [n] = ทิศเหนือ (north)
sud (ซุด) [n] = ทิศใต้ (south)
l'est (เล็ส) [n] = ทิศตะวันออก (east)
l'ouest (ลู-เอ็ส) [n] = ทิศตะวันตก (west)
beau (โบ) [adj] = หล่อ (handsome)
belle (แบล) [adj] = สวย (beautiful)
célibataire (เซ-ลิ-บา-แตร์) [n] = โสด (single)
homme (ออม-เม่) [n] = ผู้ชาย (man)
féminin (เฟ-มิ-แนง) [n] = ผู้หญิง (woman)
leçon (เล-ซง) [n] = บทเรียน (lesson)
table (ต๊าบ-เบลอะ) [n] = โต๊ะ (table)
ami (อา-มี่) [n] = เพื่อน(ผู้ชาย) (friend(boy))
amie (อา-มี่) [n] = เพื่อน(ผู้หญิง) (friend(girl))
vidéo (วี-เด-โอ) [n] = วีดีโอ (video)
profil (โปร-ฟิล) [n] = ประวัติ (profile)
histoire (อิส-ตัวร์) [n] = ประวัติศาสตร์ (history)
stylo (สตี-โล่) [n] = ปากกา (pen)
chat (ชาท์) [n] = แมว (cat)
voyage (โว-ยาจ) [n] = การเดินทาง (travel)
salon (ซา-ลง) [n] = ห้องรับแขก (living room)
appartement (อะ-ปา-เตอ-มอง) [n] = อพาร์ทเมนท์, ห้องพัก (apartment)
sac (ซัค) [n] = กระเป๋าถือ (purse)
chaise (เชส) [n] = เก้าอี้ (chair)
pantalon (ปอง-ตา-ลง) [n] = กางเกง (pant)
composition (กง-โป-ซิ-ซิอง) [n] = การเรียงความ (composition)
chien (เชียง) [n] = สุนัข (dog)
élève (เอ-แลฟ) [n] = นักเรียนมัธยม (student)
cigarette (ซิ-กา-แคต) [n] = บุหรี่ (cigarette)
école (เอ-โกล) [n] = โรงเรียน (school)
étudiante (เอ-ตู-ดิ-ออง-เต) [n] = นักศึกษา (student) ไม่เหมือนกับ élève นะ
mouchoir (มู-ชัวร์) [n] = ผ้าเช็ดหน้า (handkerchief)
garçon (การ์-ซง) [n] = เด็กชาย (boy)
enfant (ออง-ฟองต์) [n] = เด็ก, ลูก (baby)
fille (ฟีลย์) [n] = เด็กหญิง (girl)
arbre (อาร์บ) [n] = ต้นไม้ (tree)
voiture (วัว-ตูร์) [n] = รถยนต์ (car)
auto (โอ-โต) [n] = รถยนต์ (car)
café (คา-เฟ่) [n] = ร้านกาแฟ (coffee shop)
heure (อูร์) [n] =  ชั่วโมง (hour)
hôpital (โอ-ปิ-ตอล) [n] = โรงพยาบาล (hospital)
monsieur (เมอ-ซูวร์) [pronoun] = (คำนำหน้า) นาย (Mr.)
madame (มา-ดาม) [pronoun] = (คำนำหน้า) นาง (Mrs.)
mademoiselle (มาด-มัว-แซล) [pronoun] = (คำนำหน้า) นางสาว (Miss)
petit (เปอ-ติ) [adj] = เล็ก, น้อย (little)
grand (กรอง) [adj] = สูง, ใหญ่ (big, grand)
professeur (โปร-เฟส-ซูวร์) [n] = อาจารย์ (professor)
pain (แปง) [n] = ขนมปัง (bread)
lapin (ลาแป็ง) [n] = กระต่าย (rabbit)
âge (อาจ) [n] = อายุ (age)
avion (อา-วิ-อง) [n] = เครื่องบิน (airplane)
cousin (คูแซ็ง) [n] = ลูกพี่ลูกน้อง (cousin)
orphelin (ออ-ฟี-แลง) [n] = เด็กกำพร้า (orphan)
prince (แปค็ง) [n] = เจ้าชาย (prince)
princesse (แปค็งเซส) [n] = เจ้าหญิง (princess)
foyer (ฟัวเย่) [n] = บ้าน (house)
noyer (นัวเย่) [n] = วอลนัท (walnut)
serviette (เซอ-เวียต) [n] =  ผ้าเช็ดตัว (towel)
calendrier (กา-ลอง-ดรีเย่) [n] = ปฏิทิน (calendar)
oncle (อองโกล) [n] = ลุง ป้า น้า อา (uncle)
image (อิมาจ) [n] = รูปภาพ (image)
riche (ริเช่) [adj] = ร่ำรวย (rich)
célèbre (เซแลบ) [adj] = มีชื่อเสียง คนดัง (famous)
amérique (อะ-เม-ริค) [n] = ประเทศอเมริกา (america)

La base de la conversation /2

* คำที่อยู่ในวงเล็บ เป็นคำที่ใช้สำหรับคนสนิท หรือครอบครัวเท่านั้น 
Bonjour à tous บงชู อา ตุส สวัสดีทุกๆคน
Comment allez-vous? กอมมอง ตาลเล่ วู เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือ ( เพื่อความสุภาพ )
Comment vas-tu? กอมมอง วา ตู เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือ
Bien, merci et vous?( et toi?) เบียง แมกซี่ เอ่ วู (เอ่ ตั๋ว ) ก็สบายดี ขอบคุณ และคุณละ ( และเธอละ) Comment vous appelez-vous? กอมมอง วู ซับเป้ลเล่ วู คุณชื่ออะไร ( เพื่อความสุภาพ )
Comment t'appelles-tu? กอมมอง ตับเป่ล ตู เธอชื่ออะไร
Je m'appelle Jitaree เชอ มับเป่ล จิตอารีย์ ฉันชื่อ จิตอารีย์
Laisse-moi vous (te) présenter à Stephen แลสเส่ มัว วู ( เตอ ) เพร่ซองเต้ อา สตีเว่น ให้ฉันแนะนำคุณ ( เธอ ) แก่สตีเว่น
Enchanté (e) อองชองเต้ ยินดีที่ได้รู้จัก
Je ne parle pas très bien français เชอ เนอ ปาล ป่ะ แทร์ เบียง ฟองเซ่ ฉันพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ค่อยได้ Venez (Viens) faire la connaissance de Somchai เวอนเน่ ( เวียน ) แฟร์ ลา กอนแนสซอง เดอ สมชาย มาทำความรู้จักกับสมชายสิ
D'ou venez-vous? ( D'ou viens-tu? ) ดุ๋ เวอนเน่ วู ( ดุ๋ เวียน ตู ) คุณมาจากไหน ( เธอมาจากไหน )
Je viens de la Thaïlande เชอ เวียน เดอ ลา ไตลอง ฉันมาจากประเทศไทย
Quel âge avez-vous? ( Quel âge as-tu? ) แกล ลาส อาแว่ วู ( แกล ลาส อา ตู ) คุณอายุเท่าไร ( เธออายุเท่าไร )
J'ai 18 ans เช ดิสวิท ตอง ฉันอายุ 18
Je suis professeur de l'université / secrétaire เชอ ซุย โพสเฟสเซอร์ เดอ ลุนิแวซิเต้ / เซอเคร่แต ฉันเป็นอาจารย์สอนอยู่มหาวิทยาลัย / เป็นเลขา
Je suis marié(e) / célibataire / divorcé(e) เชอ ซูย มาคริเย่ / เซลิแบแต / ดิวอกเซ่ ฉันแต่งงานแล้ว / โสด / หย้า
Je ne fume pas เชอ เนอ ฟูม ป่ะ ฉันไม่สูบบุหรี่
Est-ce que vous vous êtes déjà rencontrés ? แอสเซอเกอะ วู วู แซท เดช่า ครองก่องเทร่ พวกคุณเคยเจอกันแล้วหรือ Voici mon ami วัวซิ มง นามี นี่เพื่อนของฉัน
Dans quelle ville habitez-vous en Thaïlande? ดอง แกล วีล อาบิเต้ วู ออง ไตลอง คุณอยู่จังหวัดไหนในเมืองไทย ( เพื่อความสุภาพ )
Dans quelle ville habites-tu en Thaïlande? ดอง แกล วีล อาบิท ตู ออง ไตลอง เธออยู่จังหวัดไหนในเมืองไทย ( สำหรับคนสนิท )
J'habite à Bangkok ชาบิท อา บางกอก ฉันอยู่ที่กรุงเทพฯ
Quand avez-vous votre anniversaire? กอง อาเว่ วู โวท อานิแวแซ วันเกิดคุณวันที่เท่าไร่ ( เพื่อความสุภาพ )
Quand as-tu ton anniversaire? กอง อา ตู ตง อานิแวแซ วันเกิดเธอวันที่เท่าไหร่ ( คนสนิท )
Le 4 juillet เล กรัทร์ ชุยเย่ วันที่ 4 กรกฏา
Êtes-vous merié (e) ? (Es-tu merié (e) ? ) อาเว่ วู มาริเย่ (อา ตู มาริเย่) คุณแต่งแล้วหรือยัง
Non, je suis celibataire นง, เชอ ชุย เซลิแบแต ยัง ฉันยังโสด Oui, je suis déjà marié (e) หวี, เชอ ซุย เดช่า มาริเย่ ฉันแต่งงานแล้ว
Que faites-vous dans la vie? ( Que fais-tu dans la vie? ) เกอะ แฟท วู ดอง ลาวี (เกอะ แฟ ตู ดอง ลาวี) คุณทำอาชีพอะไร
Quelle est votre ( ta ) profession ? แกล เล โวท (ตา) โพรเฟสซิยง คุณทำอาชีพอะไร
Je suis étudiant (e) / au chômage / infirmière เชอซุย เอตุดิย้อง / โอ โชมาช / แองฟิแยมมิแย ฉันเป็นนักศึกษา / ตกงาน, ไม่มีงานทำ / นางพยาบาล
Quelle école fréquentez-vous ? ( Quelle école fréquentes-tu? ) แกล เลกอล เฟรกองเต้ วู (แกล เลกองเฟรกอง ตู) คุณเรียนอยู่ที่ไหน
Je suis au lycée / à l'université เชอ ซุย โอ ลีสเซ่ / อา ลุนิแวซิเต้ ฉันเป็นนักเรียนมัธยม / มหา'ลัย

La base de la conversation

บทสนทนาภาษาฝรั่งเศส
La base de la conversation 

Bonjour บงชูร์ สวัสดีตอนเช้า

Bonsoir บงซัวร์ สวัสดีตอนบ่าย

Bonne nuit บอนนุย ราตรีสวัสดิ์

Allô อัลโหล ฮัลโหล

Salut ซาลู สวัสดีแบบเป็นกันเอง

Au revoir โอเรอวัว ลาก่อน

Ciao ช้าว ลาก่อนแบบเป็นกันเอง

Merci แมกซี่ ขอบคุณ

Oui หวี ใช่

Non นง ไม่ใช่

S'il vous plaît ซิลวูเปล ได้โปรด

D'accord ดั๊กกอ OK

Pardon ปารก์ดง ขอโทษ

Pardon Monsieur / Madame ปารก์ดง เมอซิเออ / มาดาม ขอโทษคุณผู้ชาย / คุณผู้หญิง

Je suis désolé เชอ ซุย เดโซเล่ ฉันเสียใจ

Je vous en prie เชอ วู ซอง พรี ไม่เป็นไร

Santé ! ซองเต้ Cheers ! ( ใช้สำหรับเวลาดื่ม )

C'est combien? เซ่ คอมเบียง ราคาเท่าไร

Attention!! อั๊ตตองซิยง ระวัง !

Entrez ! อ๊องเทร่ เข้ามา

Excusez-moi เอ๊กกูสเซ่มัว ขอโทษ ( Excuse me )

bien เบียง ดีแล้ว

Bon voyage! บงวัวยาซ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ

Je ne sais pas เชอ เนอ เซ ปะ ฉันไม่รู้

Je ne comprends pas เชอ เนอ กอมพรอง ปะ ฉันไม่เข้าใจ

Vraiment? แวร์ม้อง จริงหรือ

C'est exact เซ แอ๊กแซก ถูกต้องแล้ว

Qui est-ce? กิเอส นั่นใคร

Qu'est-ce c'est ? แกซเกอะเซ นั่นอะไร

Allez-vous-en ! อัลเล่วูซอง ออกไป !

การทำความรู้จัก

** คำที่อยู่ในวงเล็บ เป็นคำที่ใช้สำหรับคนสนิท หรือครอบครัวเท่านั้น **

ฺBonjour à tous บงชู อา ตุส สวัสดีทุกๆคน

Comment allez-vous? กอมมอง ตาลเล่ วู เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือ ( เพื่อความสุภาพ )

Comment vas-tu? กอมมอง วา ตู เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือ

Bien, merci et vous?( et toi?) เบียง แมกซี่ เอ่ วู (เอ่ ตั๋ว ) ก็สบายดี ขอบคุณ และคุณละ
Comment vous appelez-vous? กอมมอง วู ซับเป้ลเล่ วู คุณชื่ออะไร ( เพื่อความสุภาพ )

Comment t'appelles-tu? กอมมอง ตับเป่ล ตู เธอชื่ออะไร

Je m'appelle Jitaree เชอ มับเป่ล จิตอารีย์ ฉันชื่อ จิตอารีย์

Laisse-moi vous (te) présenter à Stephen แลสเส่ มัว วู ( เตอ ) เพร่ซองเต้ อา สตีเว่น ให้ฉันแนะนำคุณ ( เธอ ) แก่สตีเว่น

Enchanté (e) อองชองเต้ ยินดีที่ได้รู้จัก

Je ne parle pas très bien français เชอ เนอ ปาล ป่ะ แทร์ เบียง ฟองเซ่ ฉันพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ค่อยได้

Venez (Viens) faire la connaissance de Somchai เวอนเน่ ( เวียน ) แฟร์ ลา กอนแนสซอง เดอ สมชาย มาทำความรู้จักกับสมชายสิ

D'ou venez-vous? ( D'ou viens-tu? ) ดุ๋ เวอนเน่ วู ( ดุ๋ เวียน ตู ) คุณมาจากไหน ( เธอมาจากไหน )

Je viens de la Thaïlande เชอ เวียน เดอ ลา ไตลอง ฉันมาจากประเทศไทย

Quel âge avez-vous? ( Quel âge as-tu? ) แกล ลาส อาแว่ วู ( แกล ลาส อา ตู ) คุณอายุเท่าไร ( เธออายุเท่าไร )

J'ai 18 ans เช ดิสวิท ตอง ฉันอายุ 18

Je suis professeur de l'université / secrétaire เชอ ซุย โพสเฟสเซอร์ เดอ ลุนิแวซิเต้ / เซอเคร่แต ฉันเป็นอาจารย์สอนอยู่มหาวิทยาลัย / เป็นเลขา

Je suis marié(e) / célibataire / divorcé(e) เชอ ซูย มาคริเย่ / เซลิแบแต / ดิวอกเซ่ ฉันแต่งงานแล้ว / โสด / หย้า

Je ne fume pas เชอ เนอ ฟูม ป่ะ ฉันไม่สูบบุหรี่

Est-ce que vous vous êtes déjà rencontrés ? แอสเซอเกอะ วู วู แซท เดช่า ครองก่องเทร่ พวกคุณเคยเจอกันแล้วหรือ

Voici mon ami วัวซิ มง นามี นี่เพื่อนของฉัน

Dans quelle ville habitez-vous en Thaïlande? ดอง แกล วีล อาบิเต้ วู ออง ไตลอง คุณอยู่จังหวัดไหนในเมืองไทย ( เพื่อความสุภาพ )

Dans quelle ville habites-tu en Thaïlande? ดอง แกล วีล อาบิท ตู ออง ไตลอง เธออยู่จังหวัดไหนในเมืองไทย ( สำหรับคนสนิท )

J'habite à Bangkok ชาบิท อา บางกอก ฉันอยู่ที่กรุงเทพฯ

Quand avez-vous votre anniversaire? กอง อาเว่ วู โวท อานิแวแซ วันเกิดคุณวันที่เท่าไร่ ( เพื่อความสุภาพ )

Quand as-tu ton anniversaire? กอง อา ตู ตง อานิแวแซ วันเกิดเธอวันที่เท่าไหร่ ( คนสนิท )

Le 4 juillet เล กรัทร์ ชุยเย่ วันที่ 4 กรกฏา
Êtes-vous merié (e) ? (Es-tu merié (e) ? ) อาเว่ วู มาริเย่ (อา ตู มาริเย่) คุณแต่งแล้วหรือยัง

Non, je suis celibataire นง, เชอ ชุย เซลิแบแต ยัง ฉันยังโสด

Oui, je suis déjà marié (e) หวี, เชอ ซุย เดช่า มาริเย่ ฉันแต่งงานแล้ว

Que faites-vous dans la vie? ( Que fais-tu dans la vie? ) เกอะ แฟท วู ดอง ลาวี (เกอะ แฟ ตู ดอง ลาวี) คุณทำอาชีพอะไร

Quelle est votre ( ta ) profession ? แกล เล โวท (ตา) โพรเฟสซิยง คุณทำอาชีพอะไร

Je suis étudiant (e) / au chômage / infirmière เชอซุย เอตุดิย้อง / โอ โชมาช / แองฟิแยมมิแย ฉันเป็นนักศึกษา / ตกงาน, ไม่มีงานทำ / นางพยาบาล

Quelle école fréquentez-vous ? ( Quelle école fréquentes-tu? ) แกล เลกอล เฟรกองเต้ วู (แกล เลกองเฟรกอง ตู) คุณเรียนอยู่ที่ไหน

Je suis au lycée / à l'université เชอ ซุย โอ ลีสเซ่ / อา ลุนิแวซิเต้ ฉันเป็นนักเรียนมัธยม / มหา'ลัย

การนัดหมาย

** คำที่อยู่ในวงเล็บ เป็นคำที่ใช้สำหรับคนสนิท หรือครอบครัวเท่านั้น **

Est-ce qu'on peut se revoir แอส เซอ กง เปอ เซอ เรอวัว เราจะเจอกันอีกหรือเปล่า

J'aimerais ramener un souvenir du coin แชมมะแร่ ครำมอะแน่ เอิง ซูเวอร์นี ดู กวง ฉันอยากจะเอาของฝากกลับไปบ้าน

Êtes-vous libre dimanche? ( Es-tu libre dimanche? ) แอสวู ลีฟร์ ดิมองช์ (เอ ตู ลีฟร์ ดิมองช์) คุณว่างวันอาทิตย์หรือเปล่า

Est-ce que lundi vous iriez? ( Est-ce que lundi t'irait? ) แอส เซอ เกอะ เลิงดิ วู สิริเย่ ( แอส เซอเกอะ เลิงดิ ตีแร่ ) แล้ววันจันทร์เป็นไง

A quelle heure? อา แกล เรอ กี่โมง
Où ça ? อุ๊ ซา ที่ไหน

Quel est votre ( ton ) numéro de telephone/portable? แกล เล โวทร์ ( ตง ) นูเมโร เดอ เตเลโฟน / ป๊อกตาบบ์ คุณมีเบอร์โทรศัพท์ / มือถือ หรือเปล่า

Combien de temps ( restes-tu ) restez-vous? กอม เบียง เดอตง ( แรส ตู ) แรสเต้ วู คุณจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน

Qu'est-ce que vous ferez ( tu feras ) dimanche? แกส เซอ เกอ วู เฟอร์เร่ ( ตู เฟอร์ร่า ) ดิมองช์ วันอาทิตย์คุณจะทำอะไร

สอบถามทาง

** e ที่อยู่ในวงเล็บ ใช้เมื่อผู้หญิงเป็นคนพูด**

J'aimerais aller à l'hôpital แช่มมะแร่ อัลเล่ อา โลปิตาล ฉันอยากจะไปโรงพยาบาล

Savez-vous où se trouve la rue de Château? สาเว่วู อุ๊ เซอ ทรูป ลา ครู เดอ ชาโตว์ คุณรู้หรือเปล่าว่าถนนชาโตว์อยู่ตรงไหน

Est-ce que je peux m'y rendre à pied? แอส เซอ เกอะ เชอ เปอ มี คร้อง อา ปิเย่ ฉันสามารถเดินไปที่นั่นได้หรือเปล่า

Pourriez-vous m'y conduire? ปูริเย่ วู มี กองดุย คุณไปส่งฉันหน่อยได้ไหม

C'est ( ให้เติมคำที่บอกทางต่อท้าย ) เช่น c'est là bas เซ่ มัน ( It's )

là-bas ลาบ่า ที่นั่น

ici อีซิ ที่นี่

proche โพช ใกล้

loin ลวง ไกล

tout droit ตุ๊ ดรัว ตรงไป

à gauche อา โกช ทางซ้าย

à droite อา ทดัว ทางขวา

en haut ออง โอ ข้างบน

en bas ออง บา ข้างล่าง

devant le magasin เดอวอง เลอ มากาซัง ข้างหน้าร้านค้า

derrière แดริแย ข้างหลัง

en face ออง ฟาส ฝั่งตรงข้าม

à l'intérieur อา แลงแตริเยอ ข้างใน

à l'extérieur อา เล๊กแตริเยอ ข้างนอก

entre อ้อง ระหว่าง

au coin de โอ กวง เดอ อยู่ตรงมุม

près de แพร เดอ ใกล้จาก

à côté de อา โกเต้ เดอ ข้างๆ

avant อาวอง ก่อนหน้า

après อัพแพร หลังจาก

sur ซู บน

sous ซุ ล่าง

dans ดอง ใน

Tournez à droite ตูนเน่ อา ทดัว เลี้ยวขวา

Traversez la rue ทาแวกเซ่ ลา ครู ข้ามถนน

Prenez la deuxième à gauche พรอง ลา เดอซิแยม อา โกช เลี้ยวซ้ายที่สอง

Est-ce que c'est lion d'ici? แอสเซอเกอะ เซ่ ลวง อีซิ มันไกลจากที่นี่หรือเปล่า

C'est à environ 10 minutes d'ici เซ่ตา อองวิรง ดิส มินุด ดิซิ ก็ประมาณ 10 นาทีจากที่นี่

C'est à environ 10 minutes à pied เซ่ตา อองวิรง ดิส มินุด อาปิเย่ เดินเท้าก็ประมาณ 10 นาที

C'est à environ 10 minutes en voiture เซ่ตา อองวิรง ดิส มินุด อองวัวตู ขับรถก็ประมาณ 10 นาที

Pourriez-vous m'indiquer le chemin sur la carte? ปูริเย่ วู แมงดิเก้ เลอ เชอแมง ซู ลา กาด คุณช่วยชี้ทางบนแผนที่หน่อยได้ไหม

Pouvez-vous me dessiner le chemin à suivre? ปูเว่ วู เมอ แดสซิเน่ เลอ เชอแมง อา ซุย คุณช่วยวาดแผนที่ที่จะไปให้หน่อยได้ไหม

Combien de temps faut-il pour s'y rendre? กอมเบียง เดอ ตอง โฟติล ปู ซี ครอง ใช้เวลาประมาณเท่าไรถึงจะไปถึง

Comment je peux m'y rendre? กอมมอง เชอ เปอ มี ครอง แล้วฉันจะไปที่นั่นได้อย่างไร

à pied อา ปิเย่ เดินเท้า

en stop ออง สะต๊อบ โบกรถ

à vélo อา เวโล้ โดยจักรยาน

en voiture ออง วัวตู ขับรถไป

en taxi ออง ตั๊กซิ โดยแท็กซี่

en bus ออง บุส โดยรถเมล์

en métro ออง เมโทร โดยรถไฟใต้ดิน

en train ออง ทรัง โดยรถไฟ

en avion ออง นาวิยง โดยเครื่องบิน

en bateau ออง บาโต โดยเรือ

en ferryboat ออง เฟอร์รีโบต โดยเรือข้ามฟาก

Je me suis perdu (e) เชอ เมอ ซุย แปกดู ฉันหลงทาง

E.T. the Extra-Terrestrial


อี.ที. เพื่อนรัก (อังกฤษ: E.T. the Extra-Terrestrial) เป็นภาพยนตร์ไซไฟ-แฟนตาซี ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2525 เป็นผลงานกำกับลำดับที่ 5 ของสตีเวน สปีลเบิร์ก เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กชายชื่อ เอลเลียต ที่ได้พบกับมนุษย์ต่างดาวที่ตกค้างอยู่บนโลก หลังจากยานอวกาศต้องเดินทางออกจากโลกอย่างกะทันหัน เอลเลียตเรียกมนุษย์ต่างดาวตนนั้นว่า "อี.ที." พากลับมาพักอาศัยที่บ้าน โดยปกปิดไม่ให้แม่รู้ และช่วย อี.ที. สร้างเครื่องส่งสัญญาณวิทยุกลับไปในอวกาศ เพื่อแจ้งให้ยานแม่กลับมารับ และหลบหนีการตามล่าจากเจ้าหน้าที่รัฐบาล ที่ต้องการตัว อี.ที. เพื่อไปทำการวิจัย
เดิมทีโครงการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นการสร้างภาพยนตร์ไซไฟ-สยองขวัญ ชื่อเรื่อง "Night Skies" เพื่อเป็นภาคต่อของภาพยนตร์ Close Encounters of the Third Kind โดยโคลัมเบียพิกเจอส์ สตีเวน สปีลเบิร์ก ได้พัฒนาบทภาพยนตร์ร่วมกับ เมลิสสา แมททีสัน ภรรยาของแฮริสัน ฟอร์ด โดยใช้โครงเรื่องจากจินตนาการในวัยเด็กของเขาเอง รวมถึงประสบการณ์จริง ที่เกิดในครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้างกัน
หลังจากออกฉาย ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ทำรายได้จากการฉายในโรงถึง 359 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉพาะในสหรัฐอเมริกา [1] ทำลายสถิติของสตาร์วอร์ส ที่เป็นอันดับหนึ่งอยู่ก่อนหน้านั้น
ภาพยนตร์ถูกนำมาฉายซ้ำในปี พ.ศ. 2528 และในปี พ.ศ. 2545 ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของภาพยนตร์ โดยมีการใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์กราฟิก เพิ่มเติมฉากที่ไม่สามารถสร้างได้ก่อนหน้านั้น เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคโนโลยี ในการฉายรอบปฐมทัศน์ฉบับครบรอบยี่สิบปี เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2545 ใช้วงออเคสตราบรรเลงเพลงประกอบพร้อมกับการฉายภาพยนตร์ โดยวงลอสแอนเจลิสฟิลฮาร์โมนิกออเคสตรา อำนวยเพลงโดย จอห์น วิลเลียมส์ 


กำกับโดย สตีเวน สปีลเบิร์ก
อำนวยการสร้างโดย สตีเวน สปีลเบิร์ก
แคทลีน เคเนดี
เขียนโดย เมลิสสา แมททีสัน
นำแสดงโดย เฮนรี โทมัส
ดี วอลเลซ
โรเบิร์ต แมคนอตตัน
ดรูว์ แบรีมอร์
ปีเตอร์ ไคโยตี
เพลงประกอบ
ภาพยนตร์โดย จอห์น วิลเลียมส์
กำกับภาพโดย Allen Daviau
ตัดต่อโดย Carol Littleton
จัดจำหน่ายโดย ยูนิเวอร์แซล
ฉาย 11 มิถุนายน ค.ศ. 1982
ความยาว 115 นาที (ฉบับปี 1982)
120 นาที (ฉบับปี 2002)
ประเทศ ธงของสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ $10,500,000
รายได้ $792,910,554



นักแสดง
เฮนรี โทมัส รับบท เอลเลียต เด็กวัย 10 ขวบ อาศัยอยู่กับแม่ พี่ชาย น้องสาว และสุนัขชื่อ ฮาร์วีย์
โรเบิร์ต แมคนอตตัน รับบท ไมเคิล พี่ชายวัย 16 ปีของเอลเลียต
ดรูว์ แบรีมอร์ รับบท เกอร์ที น้องสาววัย 7 ขวบของเอลเลียต
ดี วอลเลซ รับบท แมรี แม่ของสามพี่น้อง ที่เพิ่งหย่าขาดกับสามี
เค.ซี.มาร์เทล, ฌอน ไฟร์ และ ซี.ทอมัส ฮาวเวลล์ รับบท เกร็ก, สตีฟ และ ไทเลอร์ เพื่อนของไมเคิล
ปีเตอร์ ไคโยตี รับบท คีย์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ตามหาตัว อี.ที. เขาเล่าให้เอลเลียตฟังว่าเคยพบกับ อี.ที. เมื่อยังเป็นเด็กเหมือนเอลเลียต และเฝ้าคอยที่จะพบกับ อี.ที. อีกครั้งตลอดมา
เอริกา เอเลเนียค รับบท เพื่อนหญิงของเอลเลียต

แฮริสัน ฟอร์ด รับบทครูใหญ่ (บทนี้ถูกตัดออกจากภาพยนตร์)




Les fêtes françaises

วันสำคัญในประเทศฝรั่งเศส
Les fêtes françaises

Le Nouvel An: (31 décembre-le 1er janvier)
A minuit du 31 décembre, on réveillonne, on  s'embrasse et on prononce les voeux traditionnels "Bonne et heureuse année". On donne des étrennes aux enfants.

วันขึ้นปี้ใหม่(31 ธันวาคม - 1 มกราคม)

เที่ยวคืนวันที่ 31 ธันวาคม มีการฉลอง การกอดและประเพณีการอธิฐานว่า"Bonne et heureuse année".และการใหเงินแก่เด็กๆ

L'Epiphanie, la fête des rois: (le 6 janvier)
On mange une galette des rois. Elle caxhe "la fève" dans sa pâte. Celui qui trouve la fève devient roi ou reine de la fête.

L'Epiphanie เป็นวันกษัตริย์(6 มกราคม)

ประเพณีนี้มีการทานขนม une galette หาถั่วอยู่ในแป้งสาลี คนที่หาถั่วเจอจะกลายเป็นกษัตริย์หรือราชินี ถือเป็นประเพณีการเล่นแบบหนึ่งของเด็ก

La Chandeleur: (le 2 février)
La fête de la Vierge quelues semaines après la naissance de l'Enfant Jésus. Aujourd'hui, le nom est resté mais la tradition a changé. A la maison, on fait des crêpes qu'on doit faire sauter en l'air d'un habile "coup de poêle"

วัน la Vierge วันของพระแม่หลังจากสัปดาห์วันเกิดของพระเยซู วันนี้ยังคงมีชื่ออยู่แต่ประเพณีมีการเปลี่ยนแปลง มีการทำเครป โดยต้องโยนกลางอากาศอย่างคล่องแคล่ว ว่า "coup de poêle"

Mardi gras: (40 jours avant Pâques)
On se déguise. C'est l'époque des défilés de Carnaval. C'est aussi la période des vacances d'hiver.

 Mardi gras(40วันก่อนวัน Pâques)

มีการแต่งตัวแฟตาซีเป็นช่องเวลาการเดินขบวน Carnava แล้วเป็นช่วงวันหยุดฤดูหนาวเช่นกันl

La Saint-Valentin: (le 14 frévier)
Le fête des amoureux, on s'offre des fleurs, on s'envoie des cartes "Vive St Valentin"

La Saint-Valentin (14 กุมภาพันธ์)

วันแห่งความรัก มีการให้ดอกไม้ ส่งการด์  Valentin

Pâques: (entre le 22 mars et le 25 avril)
Pour les chrétiens, la résurrection du Christ, on offre des oeufs en chocolat ou en sucre aux enfants. Les cloches des églises sonnent partout.

Pâques (ระหว่างวันที่ 22 มีนาคมและ 25 เมษายน)

เพื่อคริตส์ศาสนา เป็นที่คืนชีพของพระเยซูคริตส์ มีการให้ไข่ช๊อกโกแลตหรือน้ำตาลแก่เด็กๆ แล้วมีการสั่นระฆังที่โบสถ์

Le Premier Mai: (le 1er mai)
C'est la fête du travail. On offre aux amis une branche ou un brin de muguet qui est un symbol du bonheur.

วันแรงงาน(วันที่ 1 พฤษภาคม)

มีการให้เพื่อนให้ดอก muget แก่ผู้ใช้แรงงานเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุข

ประเพณีของฝรั่งเศส

ประเพณีของฝรั่งเศส

ประเพณีของฝรั่งเศส
Beheading bottles of Champagne at weddings
Puppet shows on Christmas eve
Flying Bells leaving Easter Eggs
Parades and fireworks on Bastille Day
Beheading Bottles of Champagne
เป็นประเพณีที่ยังนิยมกันมากในงานแต่งงาน คือการตัดคอขวดแชมเปญด้วยมีดโค้ง ประเพณีเกิดขึ้นในยุคของนโปเลียน เมื่อ Hussards อยากเปิดแชมเปญฉลองชัยชนะ ด้วยการใช้มีดโค้งตัดคอขวดออก จากคำจารึกกล่าวว่า Hussards, ซึ่งเป็นทหารม้า จะควบม้าด้วยความเร็ว ไปหาผู้หญิงซึ่งถือขวดแชมเปญ หรือไวน์ไว้ แล้วตัดคอขวดด้วยความเร็วและแม่นยำ
Christmas
ประเพณีดั้งเดิมของฝรั่งเศส ส่วนใหญ่เป็นวันหยุด การแสดงหุ่นกระบอกในวัน คริสมาตร์อีฟ เป็นงานที่เกิดเป็นประจำ ช่วงเที่ยงคืน ผู้คนจะไปที่โบสถ์เพื่อรำลึกถึงพระเจ้า
หลังจากนั้นจะทานอาหารร่วมกัน ที่เรียกว่า ประเพณี le Réveillon ระลึกถึงการตื่น หรือเกิดใหม่ของพระคริสต์ ซึ่งแต่ละท้องถิ่นอาจทำแตกต่างกันออกนิดหน่อย แต่ที่ต้องมีคือ ไก่งวง ไก่ ห่าน และ boudin blanc
เด็กๆเฝ้ารอ Père Noël (Santa Clause) และวางรองเท้าทิ้งไว้ข้างกองไฟ ในตอนเช้าจะมีของขวัญจะวางในนั้น ต้นไม้ถูกตกแต่งด้วยถั่ว และ ลูกอม นอกจากนี้ เด็กยังเชื่อว่า Père Fouettard จะมาลงโทษเด็กดื้อ
Easter
ในฝรั่งเศสเรียก Pâques เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของที่นี่ ซึ่งเป็นคริสเตียนที่เคร่งครัด โดยเฉพาะกลุ่มคาทอลิค ตามประเพณีแล้ว จะไม่มีการตีระฆังในวันพฤหัสก่อน Good Friday ตลอดหลายวันจะเงียบอยู่อย่างนั้น จนถึง Easter Sunday ทุกอย่างจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ระฆังดัง ผู้คนสวมกอด และจูบกัน
Flying Bells
เด็กๆที่นี่ไม่ได้รอไข่อีสเตอร์จากเจ้ากระต่ายน้อย ถ้าจะพูดให้ถูก ชาวฝรั่งเศส เชื่อว่า Flying Bells จะจากไปในวันพฤหัสก่อน Good Friday และพาเอาความทุกข์โศกต่อการจากไปของพระคริสต์เมื่อถูกตรึงกางเขน ไปพร้อมกับพวกมันด้วย พวกมันไปที่โรม เพื่อเข้าเฝ้าประสันตะปาปา ก่อนเดินทางกลับมาในเช้าวันอาทิตย์ หอบเอาช็อคโกแลตรูปไข่อีสเตอร์มาซ่อนไว้ตามสวน และรอบๆบ้านให้เด็กค้นหาอย่างสนุกสนาน
Poison d'Avril
เป็นชื่อของ French Easter Fish และมาในรูปของช็อคโกแลต ประเพณีเก่าแก่ นี้เกิดขึ้นย้อนหลังไปหลายศตวรรษ ในวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นเรื่องสนุกอย่างหนึ่งที่เด็กๆจะพยายามเอาปลากระดาษ ไปแปะตามหลังของผู้ใหญ่ แล้ววิ่งหนีสุดชีวิต พร้อมตะโกนว่า “Poison d'Avril!!”,ซึ่งก็คล้ายๆกับ “April Fools!” นั่นเอง
Bastille Day
การฉลองปฏฺวัติรัฐประหาร มีขึ้นในวันที่ 14 กรกฎาคม เป็นงานฉลองที่มีสีสันมาก มีการจุดพลุ ขบวนพาเหรด และการร้องรำตามถนน
5-Week Holidays
ลูกจ้างทุกๆคนจะได้รับวันหยุดติดต่อกัน 5 สัปดาห์ในแต่ละปี และเดือนสิงหาคม คือวันหยุดยาวตามประเพณีของฝรั่งเศส ชาวฝรั่งเศสมักออกท่องเที่ยว แคมปิ้ง หรือ ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาว คนมันไปเล่นสกีกันที่ French Alps

ภาษาฝรั่งเศส

ภาษาฝรั่งเศส
(ฝรั่งเศส: Français) เป็นหนึ่งในภาษากลุ่มโรมานซ์ที่สำคัญที่สุด เป็นรองเพียงภาษาสเปนและโปรตุเกส[ต้องการอ้างอิง] ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่มีคนนิยมเป็นอันดับที่ 11 ของโลก โดยเมื่อปี พ.ศ. 2542 มีคนพูดภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาแม่ (ฟรองโกโฟน) ประมาณ 77 ล้านคน และเมื่อรวมคนที่พูดเป็นภาษาที่สองแล้วจะมีประมาณ 128 ล้านคน[ต้องการอ้างอิง]
ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาทางการ และภาษาที่ใช้ปกครองในชุมชนต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส รวมถึงองค์กรต่าง ๆ ด้วย (เช่น สหภาพยุโรป ไอโอซี องค์การสหประชาชาติ และสหภาพสากลไปรษณีย์) ในสมัยก่อนภาษาฝรั่งเศสถือเป็นภาษาสากลที่แพร่หลายที่สุด โดยมีสถานะเฉกเช่นภาษาอังกฤษในปัจจุบัน หนังสือเดินทางของไทยก็เคยใช้ภาษาฝรั่งเศสควบคู่กับภาษาไทย



ประวัติ

ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาในกลุ่มภาษาโรมานซ์ กล่าวคือ เป็นภาษาที่มีต้นกำเนิดจากภาษาละตินที่พูดกันในจักรวรรดิโรมันโบราณ ก่อนหน้าที่ดินแดนที่เป็นที่ตั่งประเทศฝรั่งเศสในปัจจุบันจะอยู่ใต้การปกครองของโรมัน ดินแดนดังกล่าวเคยอยู่ใต้การปกครองของพวกกอล ซึ่งเป็นหนึ่งในชนชาติเซลต์ ในสมัยนั้นดินแดนประเทศฝรั่งเศสมีคนที่พูดภาษาถิ่นต่าง ๆ กันหลายภาษา แม้ว่าชาวฝรั่งเศสจะชอบสืบที่มาของภาษาของตนไปถึงพวกโกล (les Gaulois) แต่มีคำในภาษาฝรั่งเศสเพียง 2,000 คำเท่านั้นที่มีที่มามาจากภาษาของพวกโกล ซึ่งโดยมากจะเป็นคำที่ใช้เป็นชื่อสถานที่ หรือเป็นคำที่มีความหมายเกี่ยวกับธรรมชาติ
หลังจากที่ชาวโรมันได้เข้ามายึดดินแดนของพวกโกล คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นก็ได้เปลี่ยนมาพูดภาษาละติน ซึ่งภาษาละตินที่พูดกันในบริเวณนี้ ไม่ใช่ภาษาละตินชั้นสูงแบบที่พูดกันในหมู่ชนชั้นสูงของกรุงโรม แต่เป็นภาษาละตินของชาวบ้าน (vulgar latin) ที่พูดกันในหมู่พลทหาร นอกจากนี้ ภาษาละตินที่พูดกันอยู่ในฝรั่งเศสนั้น ก็ได้รับอิทธิพลจากภาษากอลอยู่พอควร เนื่องจากสิ่งของบางอย่างที่ใช้กันอยู่ในกอล พวกโรมันไม่มีชื่อเรียก จึงต้องขอยืมคำในภาษาโกลมาเรียกสิ่งของเหล่านั้น เช่น les braies ซึ่งแปลว่าเครื่องแต่งกายจำพวกกางเกงของชาวโกล
ยุคอาณาจักรแฟรงก์[แก้]
หลังจากคริสต์ศตวรรษที่ 3 เป็นต้นมา จักรวรรดิโรมันก็เสื่อมอำนาจ ดินแดนหลายส่วนของจักรวรรดิโรมันตกอยู่ในเงื้อมมือของชนเผ่าป่าเถื่อนหลายพวก ชนเผ่าป่าเถื่อนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนที่เป็นประเทศฝรั่งเศสปัจจุบัน ได้แก่ ชนเผ่าแฟรงก์ที่อาศัยอยู่ทางเหนือ ชนเผ่าวิซิกอทที่อาศัยอยู่ทางใต้ ชนเผ่าเบอร์กันดีในบริเวณริมแม่น้ำโรน และชนเผ่าเอลแมนที่อาศัยอยู่บริเวณพรมแดนของประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนี ชนเผ่าป่าเถื่อนเหล่านี้พูดภาษากลุ่มเจอร์เมนิก สำเนียงของชนเหล่านี้ได้ส่งผลต่อภาษาละตินที่เคยพูดอยู่เดิมในฝรั่งเศส และคำจากภาษาของชนป่าเถื่อน ได้แก่ คำที่มีความหมายเกี่ยวกับยุทธวิธีในการรบ และชนชั้นทางสังคม ได้ถูกนำมาใช้ในภาษาละตินที่พูดกันอยู่ในฝรั่งเศส โดยภาษาฝรั่งเศสปัจจุบันมีคำที่มีที่มาจากคำในภาษาของชนป่าเถื่อนอยู่ราว ๆ ร้อยละ 60


ภาษาฝรั่งเศสในยุคกลาง
นักภาษาศาสตร์ได้จัดจำแนกภาษาฝรั่งเศสที่พูดกันในยุคกลางออกเป็น 3 จำพวก คือ พวกแรกคือภาษาที่เรียกกันว่า Langue d'Oïl พูดกันอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ พวกที่สองคือ Langue d'Oc ที่พูดกันอยู่ทางใต้ของประเทศ และพวกที่สามคือ Franco-Provençal ซึ่งเป็นการผสมผสานกันของสองภาษาแรก
Langue d'Oïl เป็นภาษาที่ใช้คำว่า oïl ในคำพูดว่า "ใช่" (ปัจจุบันใช้คำว่า oui) ในสมัยกลางภาษานี้จะพูดกันในตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งภาษานี้ได้พัฒนามาเป็นภาษาฝรั่งเศสในปัจจุบัน
Langue d'Oc เป็นภาษาที่ใช้คำว่า oc ในคำพูดว่า "ใช่" ภาษานี้พูดกันอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสและทางเหนือของสเปน ซึ่งภาษานี้จะมีลักษณะคล้ายกับภาษาละตินมากกว่า Langue d'Oïl
ภาษาฝรั่งเศสยุคใหม่
นักวิชาการเรียกภาษาฝรั่งเศสที่พูดในช่วงก่อนหน้าปี พ.ศ. 1843 ซึ่งก็คือภาษา Langue d'Oïl ว่าเป็นภาษาฝรั่งเศสโบราณ เอกสารฉบับแรกที่เขียนขึ้นเป็นภาษาฝรั่งเศสโบราณ คือ "คำปฏิญาณแห่งสตราสบูร์ก" (Strasbourg) ซึ่งเขียนขึ้นในปี พ.ศ. 1385
ในปี พ.ศ. 2082 พระเจ้าฟรองซัวที่ 1 ได้ออกพระราชกฎษฎีกาที่กำหนดให้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาทางการของฝรั่งเศสแทนที่ภาษาละติน และกำหนดให้ใช้ภาษาฝรั่งเศสในการบริหารราชการ ในราชสำนัก และในการพิจารณาคดีในศาล ในช่วงนี้ได้มีการปรับปรุงตัวสะกดและการออกเสียงในภาษาฝรั่งเศส นักวิชาการเรียกภาษาฝรั่งเศสในยุคนี้ว่า ภาษาฝรั่งเศสยุคกลาง ในศตวรรษที่ 17 หลังจากที่มีการกำหนดมาตรฐานภาษาฝรั่งเศสให้พูดสำเนียงเดียวกันทั่วประเทศ การปรับปรุงและการกำหนดหลักต่างๆ ของภาษา ก็ทำให้เกิดภาษาฝรั่งเศสที่เรียกกันว่าภาษาฝรั่งเศสยุคใหม่ ซึ่งพูดกันอยู่ในปัจจุบัน
ในปี พ.ศ. 2177 พระคาร์ดินัลรีเชอลีเยอ (Richelieu) ได้ก่อตั้งองค์กรที่เรียกว่า L'Académie Française (อากาเดมี ฟรองแซส หรือ วิทยสถานแห่งประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเปรียบได้กับราชบัณฑิตยสถานของไทย) เพื่อทำหน้าที่ดูแลรักษาภาษาฝรั่งเศสไว้ไม่ให้วิบัติ และคงภาษาฝรั่งเศสให้อยู่ในรูปแบบเดิมให้มากที่สุด ในช่วงศตวรรษที่ 17-19 ฝรั่งเศสได้มีบทบาทสำคัญในการเมืองของทวีปยุโรป และเป็นศูนย์กลางของปรัชญารู้แจ้งที่แพร่หลายกันอยู่ในสมัยนั้น ทำให้อิทธิพลของภาษาฝรั่งเศสแผ่ออกไปกว้างขวางและกลายเป็นภาษากลางของยุโรป มีบทบาทสำคัฐทางการทูต วรรณคดี และศิลปะ มหาราชในยุคนั้นสองพระองค์ คือ พระนางแคทเธอรีนมหาราชินีแห่งรัสเซีย และพระเจ้าเฟรดริกมหาราชแห่งปรัสเซีย สามารถตรัสและทรงพระอักษรเป็นภาษาฝรั่งเศสได้ดี


ผู้รู้ภาษาฝรั่งเศสในกลุ่มสหภาพยุโรป
ภาษาฝรั่งเศสในปัจจุบัน

ภาษาฝรั่งเศสในปัจจุบัน ถูกแทรกซึมโดยอิทธิพลของภาษาอังกฤษที่แผ่ขยายอย่างกว้างขวาง มีการนำคำภาษาอังกฤษมาใช้ปะปนกับภาษาฝรั่งเศสเดิมอย่างแพร่หลาย ซึ่งมีผลเสียต่อการอนุรักษ์ภาษาฝรั่งเศส รัฐบาลได้ออกกฎหมายบางฉบับเพื่ออนุรักษ์ภาษาฝรั่งเศส โดยกำหนดให้ใช้คำจากภาษาฝรั่งเศสแท้ๆ ในโฆษณา ประกาศ และเอกสารราชการต่าง ๆ นอกจากนี้ยังกำหนดให้สถานีวิทยุทุกสถานี เปิดเพลงภาษาฝรั่งเศสอย่างน้อยร้อยละ 40 ของเพลงทั้งหมดที่เปิดในสถานีนั้น
สถานะของภาษาฝรั่งเศสในประเทศฝรั่งเศส[แก้]
ฝรั่งเศสกำหนดให้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาทางการของประเทศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 รัฐบาลกำหนดให้เอกสารราชการ สัญญาต่าง ๆ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การศึกษา จะต้องทำเป็นภาษาฝรั่งเศส หากจำเป็นต้องใช้คำภาษาต่างประเทศ ก็ให้ใส่คำแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสควบคู่กันไปด้วย
อย่างไรก็ดี ทางการไม่ได้ควบคุมการใช้ภาษาในเอกสารของเอกชน และในเว็บไซต์ของเอกชน ซึ่งหากทำการควบคุมแล้ว ก็อาจขัดต่อหลักการเสรีภาพในการพูดได้
สถานะของภาษาฝรั่งเศสในประเทศแคนาดา[แก้]
ร้อยละ 12 ของคนที่พูดภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาแม่ในโลกนี้เป็นชาวแคนาดา และภาษาฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในภาษาทางการสองภาษาของแคนาดา (อีกภาษาหนึ่งคือภาษาอังกฤษ) กฎหมายของแคนาดากำหนดให้บริการต่างๆของรัฐบาลกลางจะต้องจัดให้เป็นสองภาษาเสมอ กฎหมายต่างๆ ที่ผ่านรัฐสภา จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส และฉลากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่วางขายในแคนาดาจะต้องมีภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ร้อยละ 22 ของชาวแคนาดาใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาแม่ และร้อยละ 18 ของชาวแคนาดาสามารถพูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส
ภาษาฝรั่งเศสมีสถานะเป็นภาษาทางการเพียงภาษาเดียวของรัฐควิเบก (เกเบก - Québec) มาตั้งแต่การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยภาษาฝรั่งเศส (Bill 101) ผลสำคัญข้อหนึ่งของกฎหมายฉบับนี้คือกำหนดให้เด็กในควิเบกต้องได้รับการศึกษาเป็นภาษาฝรั่งเศส ยกเว้นถ้าบิดามารดาของเด็กคนนั้นได้รับการศึกษาส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษภายในประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นการทำลายค่านิยมของผู้อพยพที่มักส่งบุตรหลานของคนเข้าเรียนในโรงเรียนที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ กฎหมายนี้ยังกำหนดให้ใช้ภาษาฝรั่งเศสในการพิจารณาคดี โฆษณา การอภิปรายในสภา และการพิจารณาคดีในศาล ภายในควิเบก ในปี พ.ศ. 2536 กฎหมายนี้ได้รับการแก้ไข โดยอนุญาตให้เขียนป้ายสัญลักษณ์หรือโฆษณาต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษได้บ้าง ตราบใดที่ยังมีภาษาฝรั่งเศสเป็นส่วนมาก นอกจากนี้ยังทำให้คนที่พูดภาษาอังกฤษแต่อาศัยในควิเบกสามารถรับบริการทางสุขภาพและบริการของรัฐเป็นภาษาอังกฤษได้
รัฐอื่น ๆ ที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาทางการควบคู่ไปกับภาษาอังกฤษ ได้แก่รัฐนิวบรันสวิก ยูคอนเทร์ริทอรี นอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์ และนูนาวุต ในรัฐออนแทรีโอ และแมนิโทบา ภาษาฝรั่งเศสไม่ได้มีสถานะเป็นภาษาทางการ แต่รัฐบาลของรัฐทั้งสองรัฐได้จัดการบริการต่าง ๆ เป็นภาษาฝรั่งเศสคู่กับภาษาอังกฤษ ในบริเวณที่มีคนที่พูดภาษาฝรั่งเศสอาศัยอยู่มาก

สถานะของภาษาฝรั่งเศสในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ภาษาฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในภาษาทางการของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภาษาอื่น ๆ ได้แก่ภาษาเยอรมัน ภาษาอิตาลี และภาษาโรมานช์


ภาษาฝรั่งเศสในโลก

ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาทางการในประเทศต่อไปนี้
ประเทศผู้ที่พูดเป็นภาษาแม่
(โดยประมาณ)
ประชากร
(โดยประมาณในเดือนกรกฎาคม 2546)
ความหนาแน่นของประชากร
(จำนวนคนต่อตารางกิโลเมตร)
พื้นที่
(ตารางกิโลเมตร)
ฝรั่งเศส52,100,000(% from 2542)60,656,178110.9547,030
สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ?60,085,00425.622,345,410
แคนาดา6,700,000(2541)32,805,0413.299,984,670
มาดากัสการ์18,000(2536)18,040,34130.73587,040
โกตดิวัวร์17,470(2531)17,298,04053.64322,460
แคเมอรูน ?16,380,00534.45475,440
บูร์กินาฟาโซ ?13,925,31350.79274,200
มาลี9,000(2536)12,291,5299.911,240,000
ไนเจอร์6,000(2536)11,665,9379.211,267,000
เซเนกัล ?11,126,83256.71196,190
เบลเยียม3,800,000(% from 2503)10,364,388339.530,528
ชาด3,000(2539)9,826,4197.651,284,000
รวันดา2,400(2547)8,440,820320.526,338
เฮติ600(2547)8,121,622292.727,750
สวิตเซอร์แลนด์1,300,000(2533)7,489,370181.441,290
เบนิน16,700(2536)7,460,02566.24112,620
บุรุนดี2,200(2547)6,370,609228.927,830
โตโก3,500(2536)5,681,519100.156,785
สาธารณรัฐแอฟริกากลาง9,000(2539)3,799,8976.10622,984
สาธารณรัฐคองโก28,000(2539)3,039,1268.89342,000
กาบอง37,500(2536)1,389,2015.19267,667
มอริเชียส37,000(2544)1,230,602603.22,040
เรอูว์นียง (ฝรั่งเศส)2,400(2536)776,948308.72,517
คอโมโรส1,700 ?671,247309.32,170
อิเควทอเรียลกินี535,88119.1028,051
จิบูตี15,440(2531)476,70320.7323,000
ลักเซมเบิร์ก13,100(2536)468,571181.22,586
กัวเดอลุป (ฝรั่งเศส)7,300(2547)448,713252.11,780
มาร์ตีนิก (ฝรั่งเศส)9,000(2547)432,900393.51,100
เฟรนช์โปลินีเซีย (ฝรั่งเศส)25,668(2543)270,48564.914,167
นิวแคลิโดเนีย (ฝรั่งเศส)53,400(2530)216,49411.3619,060
วานูอาตู6,300(2530)205,75416.8712,200
เฟรนช์เกียนา (ฝรั่งเศส) ?195,5062.1591,000
เซเชลส์971(2514)81,188178.4455
โมนาโก17,400(2531)32,40916,6201.95
หมู่เกาะวาลลิสและหมู่เกาะฟุตูนา (ฝรั่งเศส)120(2536)16,02558.49274
เจอร์ซีย์ (สหราชอาณาจักร)8,000(2519)90,812782.9116
เกิร์นซีย์ (สหราชอาณาจักร)6,000(2519)65,228836.378
แซงปีแยร์และมีเกอลง (ฝรั่งเศส)5,114(2510)7,01228.98242
พอนดิเชอร์รี (อินเดีย) ?973,8292,029492
ภาษาฝรั่งเศสไม่ใช่ภาษาทางการ แต่เป็นภาษาสำคัญในประเทศต่อไปนี้
ประเทศผู้ที่พูดเป็นภาษาแม่
(โดยประมาณ)
ประชากร
(โดยประมาณในเดือนกรกฎาคม 2546)
ความหนาแน่นของประชากร
(จำนวนคนต่อตารางกิโลเมตร)
พื้นที่
(ตารางกิโลเมตร)
โมร็อกโก80,000(2528)32,725,84773.29446,550
แอลจีเรีย110,000(2536)32,531,85313.662,381,440
ตูนิเซีย11,000(2536)10,074,95161.58163,610
ลุยเซียนา (สหรัฐอเมริกา)261,678(2536)4,468,97639.61134,382
เลบานอน16,600(2547)3,826,018367.910,400
แอออสตาวัลเลย์ (อิตาลี)100,000(2530)118,54836.333,263
อันดอร์รา2,400(2529)70,549150.7468
นอกจากนี้ ยังมีผู้พูดภาษาฝรั่งเศสอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศเหล่านี้
ประเทศผู้ที่พูดเป็นภาษาแม่
(โดยประมาณ)
ประชากร
(โดยประมาณในเดือนกรกฎาคม 2546)
ความหนาแน่นของประชากร
(จำนวนคนต่อตารางกิโลเมตร)
พื้นที่
(ตารางกิโลเมตร)
อียิปต์ ?77,505,75677.391,001,450
กัมพูชา ?13,607,06975.16181,040
กรีซ ?10,668,35480.86131,940
สาธารณรัฐเช็ก ?10,241,138129.978,866
อิสราเอล ?6,276,883302.220,770
ลาว ?6,217,14126.25236,800
มอริเตเนีย ?3,086,8592.991,030,700
ฟลอริดา (สหรัฐอเมริกา)337,605(2543)---
นิวอิงแลนด์ (สหรัฐอเมริกา)320,924(2543)---
นิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา)295,556(2543)---
แคลิฟอร์เนีย (สหรัฐอเมริกา)139,174(2543)---
นิวเจอร์ซีย์ (สหรัฐอเมริกา)76,008(2543)---
เทกซัส (สหรัฐอเมริกา)65,778(2543)---
เพนซิลเวเนีย (สหรัฐอเมริกา)52,517(2543)---
แมริแลนด์ (สหรัฐอเมริกา)49,560(2543)---
จอร์เจีย (สหรัฐอเมริกา)48,391(2543)---
โอไฮโอ (สหรัฐอเมริกา)45,015(2543)---
อิลลินอยส์ (สหรัฐอเมริกา)44,847(2543)---
เวอร์จิเนีย (สหรัฐอเมริกา)42,782(2543)---
มิชิแกน (สหรัฐอเมริกา)39,657(2543)---
นอร์ทแคโรไลนา (สหรัฐอเมริกา)34,642(2543)---
วอชิงตัน (สหรัฐอเมริกา)22,701(2543)---
มิสซูรี (สหรัฐอเมริกา)20,203(2543)---
เซาท์แคโรไลนา (สหรัฐอเมริกา)19,359(2543)---
อินดีแอนา (สหรัฐอเมริกา)18,362(2543)---
โคโลราโด (สหรัฐอเมริกา)18,317(2543)---
เทนเนสซี (สหรัฐอเมริกา)18,067(2543)---
มินนิโซตา (สหรัฐอเมริกา)16,085(2543)---
แอริโซนา (สหรัฐอเมริกา)15,868(2543)---
วิสคอนซิน (สหรัฐอเมริกา)15,120(2543)---
แอละแบมา (สหรัฐอเมริกา)13,895(2543)---
เคนทักกี (สหรัฐอเมริกา)12,780(2543)---
ออริกอน (สหรัฐอเมริกา)12,123(2543)---
มิสซิสซิปปี (สหรัฐอเมริกา)10,968(2543)---
รัฐอื่น ๆ (สหรัฐอเมริกา)92,118(2543)---
ยังพอมีผู้พูดภาษาฝรั่งเศสเหลืออยู่บ้างในประเทศเหล่านี้
ประเทศผู้ที่พูดเป็นภาษาแม่
(โดยประมาณ)
ประชากร
(โดยประมาณในเดือนกรกฎาคม 2546)
ความหนาแน่นของประชากร
(จำนวนคนต่อตารางกิโลเมตร)
พื้นที่
(ตารางกิโลเมตร)
รัสเซีย ?143,420,3098.4017,075,200
ฟิลิปปินส์ ?87,857,473292.9300,000
เวียดนาม ?83,535,576253.5329,560
ซาอุดิอาระเบีย ?26,417,59913.471,960,582
เครือรัฐเปอร์โตริโก (สหรัฐอเมริกา) ?3,916,632430.29,104
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ?2,563,21230.9382,880